วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2556

เทศนาเรื่อง “การอธิฐาน” พระธรรม ยอห์น 17:20-22

          พระธรรมตอนนี้เป็นคำอธิษฐานเผื่อสาวกของพระองค์ครั้งสุดท้ายของพระเยซู ขณะที่พระองค์ยังอยู่ในโลกนี้ ทำไมพระเยซูถึงได้อธิษฐานเผื่อสาวกของพระองค์ เพราะพระเยซูได้ทรงมอบงานสำคัญของพระองค์ไว้ให้กับสาวกของพระองค์กระทำต่อให้สำเร็จ นั่นคือการ “ประกาศข่าวประเสริฐ” ให้กับคนทั้งหลาย เพื่อคนเหล่านั้นจะได้รับความรอด การประการประกาศข่าวประเสริฐจะสำเร็จได้นั้นไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่มีการขัดขวางจากสิ่งใดๆ แม้ว่าข่าวประเสริฐของพระเจ้าจะเป็นข่าวประเสริฐที่มีฤทธานุภาพก็ตาม ศัตรูของข่าวประเสริฐก็จะพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ข่าวประเสริฐนั้นถูกประกาศออกไปได้อย่างสะดวกสบาย แต่พระเยซูรู้ว่า จะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในการประกาศข่าวประเสริฐของพระองค์ให้กับคนหมดโลกนี้ พระเยซูรู้วิธีการดีว่าจะต้องทำอย่างไร และพระเยซูยังต้องการที่จะช่วยเราให้ประสบความสำเร็จในชีวิตด้านต่างๆ อีกด้วย พระองค์ทรงให้ “เคล็ด (ไม่) ลับสู่ความสำเร็จ” ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

อ่านเพิ่มเติม: อาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556

เทศนาเรื่อง “ผูกพันอุทิศตัว” พระธรรม มัทธิว 16:21-28

           หลังจากเปโตรสารภาพความเชื่อว่าพระเยซู คือ พระคริสต์พระบุตรพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ พระเยซูก็เปิดเผยแผนการเกี่ยวกับการตั้งคริสตจักร และมอบกุญแจแผ่นดินสวรรค์และปลดปล่อยคนจากบาปเข้าสู่ชีวิตใหม่ให้กับเรา ไม่เพียงเท่านั้น พระเยซูยังได้เปิดเผยว่าพระองค์จะต้องเสด็จไปยังเยรูซาเล็ม ทนทุกข์ทรมานจนสิ้นพระชนม์  แต่หลังจากนั้น 3 วันพระองค์จะฟื้นขึ้นจากความตาย แม้ว่าพระเยซูจะรู้ว่าพระองค์จะต้องไปเผชิญกับสิ่งใด พระองค์ก็ยังดำเนินต่อไป เพราะว่าพระเยซูผูกพันตัวต่อแผนการของพระบิดา ยิ่งกว่านั้น พระเยซูยังเรียกสาวกด้วยว่า ถ้าอยากจะติดตามพระองค์ไป เขาจำเป็นต้องเอาชนะตนเอง รับกางเขนของตนแบก และตามพระองค์ไป ใครที่ผูกพันตัวกับพระเยซูก็จะต้องผูกพันกับแผนการของพระเจ้าด้วย เราได้เห็นตัวอย่างพระเยซูที่ผูกพันอุทิศตัว เราได้เห็นสิ่งที่พระองค์คาดหวังจากเราในฐานะผู้เชื่อหรือสาวกของพระองค์ และเราได้เห็นพระพรที่ได้จากการผูกพันอุทิศตัวของเรา ดังนี้

อ่านเพิ่มเติม: อาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556

เทศนาเรื่อง “ความเชื่อแท้ของสาวก” พระธรรม มัทธิว 16:13-20

        พระธรรมตอนนี้อยู่ในช่วงท้ายๆ ของการทำพันธกิจของพระเยซู ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่มากในโลกนี้คนมากมายเห็นการอัศจรรย์ที่พระองค์ทำ และก็คิดกันไปต่างๆ นานาว่าพระเยซูเป็นใคร พระเยซูจึงถามสาวกซึ่งอยู่ใกล้ชิดพระองค์มา 3 ปีว่าพวกเขาคิดว่าพระองค์เป็นใคร การถามครั้งนี้สำคัญมาก และจะทดสอบว่าพวกเขารู้จักพระองค์อย่างถูกต้องหรือไม่ ถ้าพวกสาวกเป็นสาวกแท้ของพระองค์จะต้องรู้จักรพระองค์ และมีความเชื่อที่ถูกต้อง เป็นความเชื่อแท้ของสาวก มีดังนี้

อ่านเพิ่มเติม: อาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556

อาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ.2556

เทศนาเรื่อง “ยอมรับกันและกัน” พระธรรม มาระโก 9:33-37

          พระเยซูจึงเรียกสาวกทั้ง 12 คนมาสอน โดยให้เด็กคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงกลางวงสนทนา ในพระคัมภีร์ มาระโก บทที่ 9 ข้อที่ 37 “ถ้าผู้ใดจะรับเด็กเล็กๆเช่นนี้คนหนึ่งในนามของเราผู้นั้นก็รับเรา”  นี่เป็นประโยคเด็ดของพระเยซูซึ่งเป็นหัวใจหลักในการที่จะทำให้พวกเขาควรยอมรับกันและกัน โดยไม่ต้องมาคิดว่าใครใหญ่กว่าใคร ที่แม้แต่เด็กตัวเล็กๆ ถ้าผู้ใดยอมรับยังมีค่าเท่ากับการยอมรับตัวของพระคริสต์เอง นี่คือคำแนะนำของพระเยซูให้หลักคิดว่าเราจะยอมรับกันและกันได้อย่างไร?

อ่านเพิ่มเติม: อาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2556

อาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ.2556

เทศนาเรื่อง “ความสำเร็จแบบพระเจ้า” พระธรรม ยนห์น 21:6

       ความสำเร็จเป็นความปรารถานาของทุกคน แต่ความสำเร็จที่เราได้รับนั้นเป็นแบบไหน? เป็นความสำเร็จที่ทำให้เรา "มีความสุข" หรือว่าเป็นความสำเร็จที่ทำให้เรา "เกิดความทุกข์" เป็นความสำเร็จที่ยั่งยืนถาวรหรือว่าเป็นความสำเร็จที่ชั่วครั้งชั่วคราว เป็นความสำเร็จที่ได้มาจากการทำลายคนอื่นหรือไม่ หลายคนถูกมองว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแต่เจ้าตัวบอกว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ แล้วอะไรเป็นตัวกำหนดว่าความสำเร็จคืออะไร คนมากมายทุ่มเทเวลา แรงกาย ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตให้กับบางสิ่งบางอย่างที่คิดว่าจะทำให้ตนเองประสบความสำเร็จ ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ดังที่ตั้งใจไว้ ในฐานะที่เราเป็นคริสเตียนเราจะทำให้ชีวิตของเราประสบความสำเร็จ เราจะทำอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม: อาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2556