วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556

เทศนาเรื่อง “ความเชื่อแท้ของสาวก” พระธรรม มัทธิว 16:13-20

        พระธรรมตอนนี้อยู่ในช่วงท้ายๆ ของการทำพันธกิจของพระเยซู ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่มากในโลกนี้คนมากมายเห็นการอัศจรรย์ที่พระองค์ทำ และก็คิดกันไปต่างๆ นานาว่าพระเยซูเป็นใคร พระเยซูจึงถามสาวกซึ่งอยู่ใกล้ชิดพระองค์มา 3 ปีว่าพวกเขาคิดว่าพระองค์เป็นใคร การถามครั้งนี้สำคัญมาก และจะทดสอบว่าพวกเขารู้จักพระองค์อย่างถูกต้องหรือไม่ ถ้าพวกสาวกเป็นสาวกแท้ของพระองค์จะต้องรู้จักรพระองค์ และมีความเชื่อที่ถูกต้อง เป็นความเชื่อแท้ของสาวก มีดังนี้

1. เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า (ข้อ 13-17)

         พระเยซูถามเหล่าสาวก "คนทั้งหลายพูดกันว่าบุตรมนุษย์เป็นผู้ใด" "เขาว่าเป็นยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาแต่บางคนว่าเป็นเอลียาห์และคนอื่นว่าเป็นเยเรมีย์หรือเป็นคนหนึ่งในพวกผู้เผยพระวจนะ" บ้างเชื่อว่าเป็น ยอห์น ฟื้นขึ้นจากความตาย บ้างก็ว่าเป็น เอลียาห์ เนื่องจากคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เดิมระบุว่า เอลียาห์จะมาเพื่อเตรียมทางให้กับพระเมสสิยาห์ (มลค.4:5) คนมากมายที่ได้รับการช่วยเหลือจากพระเยซูแต่ไม่รู้ว่าพระองค์คือใคร เราเป็นอย่างคนเหล่านั้นหรือเปล่า ขอให้เราเป็นอย่างเปโตรที่รู้ว่าพระเยซูเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า เป็นผู้ที่ได้รับการเจิม เป็นที่รักของพระเจ้าพระบิดา (มธ.3:17, มธ.17:5) เป็นพระเจ้าที่ฟื้นขึ่นจากตาย (รม.1:4) และทรงพระชนม์อยู่ (มธ.16:17) พี่น้องที่รักเราต้องรู้จักพระเจ้าว่าพระองค์เป็นใครเพื่อเราจะมีความเชื่อที่ถูกต้อง พระเยซูถามสาวกของพระองค์เวลานั้น พระองค์ก็ถามเราเวลานี้ด้วยเช่นกัน แล้วเราจะตอบพระองค์อย่างไร ถ้าเรารู้จักพระองค์เราจะยอมจำนนมอบชีวิตของเราให้กับพระองค์หรือไม่ เราจะให้เกียรติและยำเกรงพระองค์อย่างไร นี่คือความเชื่อแท้ของสาวก “เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า”

2. เชื่อว่าพระเยซูเป็นผู้มีสิทธิอำนาจ (ข้อ18-20)

         เมื่อเหล่าสาวกได้รู้ว่าพระเยซูเป็นใคร พระเยซูก็เปิดเผยแผนการและสิ่งที่พระองค์จะทำให้พวกเขาได้รับรู้ คือพระองค์จะตั้งคริสตจักรของพระองค์บนความเชื่อที่ถูกต้องอย่างเปโตร (มธ.16:18) และมีรากฐานของคริสตจักรคือ มีพระเยซูทรงเป็นศิลามุมเอก (อสย.28:16) และพลังแห่งความตายจะทำอะไรคริสตจักรของพระองค์ไม่ได้เลย (มธ.16:18) พระเยซูเป็นฐานรากศิลาและเปโตรเป็นก้อนศิลาที่มาวางอยู่บนฐานรากนั้น (อฟ.2:20) กำแพงนครนั้นมีฐานศิลาสิบสองฐาน (วว.21:14) เปโตรและอัครทูตอื่นๆ กลายเป็นรากฐานแห่งความเชื่อของคริสตจักรโดยเริ่มจากเปโตรซึ่งเป็นผู้แรกที่มีความเชื่อในพระบุตรพระเจ้าอย่างถูกต้อง จนมาถึงเหล่าสาวกคนอื่นๆ ที่ยอมรับและสารภาพความเชื่อนี้ตามมาในภายหลัง คริสตจักรต้องตั้งอยู่บนฐานแห่งความเชื่อที่ถูกต้อง ไม่อาจตั้งอยู่บนฐานของความสนุกสนานหรือการสร้างความบันเทิงเริงใจ  ไม่ตั้งอยู่บนฐานของโอกาสทางสังคม เทคนิคทางการตลาด หรือวาทะศิลป์ ผู้นำฝ่ายวิญญาณทุกคน  จึงต้องสร้างผู้เชื่อให้ตั้งอยู่บนรากของการรู้จักพระเจ้าอย่างแท้จริง  มิใช่มาคริสตจักรเพียงเพราะความสนุกสนาน หรือเพียงเพราะได้พบชุมชนที่ดีเท่านั้น เราต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ทุกคนได้มาถึงจุดที่เดินกับพระเจ้าเพราะตระหนักชัดในความเป็นพระเจ้าของพระเยซู พระเจ้าให้กุญแจแห่งสิทธิอำนาจกับเราในการไขเปิดประตูสวรรค์ให้กับคนทั้งหลาย (มธ.16:19) ถ้าหากเราไม่ทำวิบัติจะเกิดขึ้นกับเรา (ลก.11:52) ดังนั้นหน้าที่สำคัญของเรา คือ การเปิดประตูเพื่อนำคนเข้าสู่แผ่นดินสวรรค์ สิ่งที่เราควรทำคือการนำคนให้มากที่สุดมาหาพระเจ้าให้ได้รับความรอด พระเจ้าให้สิทธิอำนาจกับเราในการอธิษฐาน เราขออย่างไรในโลกนี้พระเจ้าก็ทำอย่างนั้นในสวรรค์ด้วย กุญแจที่พระเจ้าให้กับเรา เพื่อเราจะนำไปไขเพื่อปลดให้คนหลุดพ้นจากโซ่ตรวน เพื่อให้เขาเป็นไท (ยน.8:32) 

          เราเป็นสาวกของพระเยซู เราต้องรู้ว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด เราต้องยำเกรงพระองค์ ให้เกียรติพระองค์ นบนอบเชื่อฟังพระองค์ และพระเยซูเป็นผู้มีสิทธิอำนาจ และพระองค์ได้มอบสิทธิอำนาจให้กับเราในการนำคนไปหาพระเจ้า ให้สิทธิอำนาจกับเราในการปลดปล่อยคนให้หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งความเจ็บป่วย พ้นจากความทุกข์ยาก พ้นจากอำนาจผีวิญญาณชั่วทั้งหลาย วันนี้เรายำเกรงพระองค์มากน้อยเพียงไร เราเชื่อฟัง ให้เกียรติพระองค์ขนาดไหน เราผูกพันตัวของเรากับคริสตจักรของพรองค์ขนาดไหน เราต้องหันกลับมาดูที่ชีวิตของเรา

 ขอพระเจ้าอวยพรครับ