ผม สวัสดิ์ พันชนะ

        ผมเป็นลูกชายคนสุดท้องของครอบครัว "พันชนะ" ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 6 คน ผมได้รับการตามใจเป็นอย่างมากจากทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคุณพ่อและคุณแม่ ผมจึงเป็นเด็กที่มีนิสัยร่าเริงและเอาแต่ใจตัวเอง แต่ในเวลาต่อมาได้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นกับคุณแม่ของผมจนทำให้ท่านต้องเสียชีวิตลง ซึ่งในขนะนั้นผมมีอายุได้เพียงประมาณ 8 ขวบ และจากเหตุการณ์นั้นเองทำให้ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ผมกลายเป็นคนเก็บตัวอยู่เพียงคนเดียว ไม่พูดกับใครไม่ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆเหมือนแต่ก่อน เพื่อที่ดีที่สุดของผมคือ "หนังสือ" ทำให้ผมเป็นเด็กที่คิดมาก จนเมื่อเวลาผ่านไปผมโตขึ้นชีวิตของผมก็เริ่มเปลี่ยนไป

            ผมเริ่มแสวงหาที่พึ่งพิง ผมเริ่มทดลองดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมดีขึ้น หรือสามารถมาทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตของผมได้

 

      "พระเจ้าเป็นความรัก"


             " ผมไม่ได้คิดอะไรมากนักกับประโยคนี้ "

             วันหนึ่งผมได้อ่านเจอข้อความในแผ่นพับใบหนึ่งเขียนใว้ว่า "พระเจ้าเป็นความรัก" ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายนักกับข้อความที่ได้อ่านนั้น  แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปจิตใจของผมก็ได้แต่คิดถึงข้อความที่ได้อ่านนั้น ผมจึงกลับไปอ่านข้อความในแผ่นพับนั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วผมก็พบว่าในแผ่นพับนั้นบอกให้ผมรู้ว่า"พระเจ้ารักผมและสามารถช่วยเหลือผม"ช่วยแก้ใขปัญหาต่างๆของผมได้ ยิ่งทำให้ผมอยากรู้ว่าพระเจ้าเป็นอย่างไร แต่ไม่รู้จะไปหาคำตอบนั้นได้จากที่ไหน ผมเลยได้แต่เก็บความอยากรู้นนั้นใว้ในใจ ในขณะที่ผมกำลังศึกษาอยู่นั้นผมต้องอาศัยอยู่กับพี่สาวและพี่เขย เมื่อผมเรียนจบได้ทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ผมจึงตัดสินใจย้ายออกมาเช่าหอพักที่อยู่ไกล้ๆกับที่ทำงาน

         แล้ววันหนึ่งได้มีน้องคนหนึ่งย้ายมาจากต่างจังหวัด เข้ามาพักที่หอพักเดียวกับผม และเขาก็ได้เข้ามาถามผมว่า
          
"พี่ครับ แถวนี้มีโบสถ์คริสเตียน ไหมครับ ?"
ผมจึงถามกลับไปว่า
          "หาโบสถ์คริสต์ ไปทำไหมหรอครับ"

น้องคนนั้นตอบว่า
          "ผมเป็นคริสเตียนครับ ผมจะไปที่โบสถ์ครับ"

      เมื่อผมได้ยินคำว่า "โบสถ์คริสต์" ในใจของผมก็ตื่นเต้นมาก ผมรู้สึกอยากไปโบสถ์มานานแล้ว จึงอาศาจะหาให้ และผมก็ไปหาว่าโบสถ์คริสต์ว่าแถวนั้นมีไหม ตั้งอยู่ตรงไหน จนเมื่อถึงวันอาทิตย์เราก็ไปที่โบสถ์แห่งหนึ่งด้วยกัน เมื่อเข้าไปที่โบสถ์แห่งนั้น ผมเห็นผู้คนมากมายแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสวยงาม ทำให้ผมไม่กล้าที่จะเข้าไปและกำลังจะหันหลังเดินกลับออกมา ก็มีเสียงพูดขึ้นว่า "สวัสดีครับ" ผมจึงต้องหยุดและหันกลับไปทักตอบ และทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นก็เดินเข้ามาทักทายผมอย่างเป็นกันเอง แนะนำตัวให้ผมรู้จักแม้ผมจะแต่งตัวธรรมดา ทำให้ผมรู้สึกประทับใจและสัมพัสได้ถึงความจริงใจของคนเหล่านั้น และพวกเขายังใช้คำพูดที่สุภาพมากอีกด้วย ผมจึงได้มาที่โบสถ์คริสต์แห่งนี้อีกหลายครั้งในสัปดาห์ต่อๆมา ทำให้ผมเริ่มเข้าใจและรู้จักพระเจ้ามากขึ้น

       อยู่มาในคืนหนึ่ง ผมเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจว่า "พระเจ้ามีจริงหรือ ?" คนที่โบสถ์คริสต์เหล่านี้ต้องการอะไรจากผมหรือเปล่า... และมีคำถามอีกมากมายเข้ามาในสมองของผม ทำให้ผมนอนไม่หลับ ผมจึงพูดในใจว่า "ถ้าพระเจ้ามีจริง ช่วยให้ข้าพเจ้าเลิกคิดุถึงสิ่งเหล้านี้และนอนได้หลับสบาย" หลังจากนั้นไม่นานผมก็หลับสนิดอย่างมีความสุข มารู้สึกตัวอีกครั้งก็ฟ้าสว่างแล้ว ผมสัมพัสได้ถึงความสุขที่ไม่เคยพบมาก่อนเลย ในวันนั้นผมจึงตัดสินใจรับพระเจ้าเข้ามาในชีวิตของผมทันที หลังจากนั้นชีวิตของผมก็ได้รับการอวยพรจากพระเจ้ามาโดยตลอด ทั้งทางด้านหน้าที่การงาน ไม่ว่ามีปัญหาใดๆเข้ามาก็สามารถแก้ใขปัญหานั้นๆผ่านไปได้ทุกครั้ง

        ที่สำคัญที่สุด พระเจ้าได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของผม อย่างมากมายอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกผืนความรู้สึกหรือลำบากใจ พระเจ้าเปลี่ยนความใจร้อน นิสัยโกธง่าย เอาแต่ใจตัวเองอย่างไม่มีเหตุผลของผม ให้หายไปและเติมสิ่งใหม่เข้ามาในชีวิตผม ทั้งความ ใจเย็น มีเหตุผล ไม่โกธง่าย และอีกหลายอย่างมากมาย นับจากเหตุการณ์วันนั้นจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 30 กว่าปีแล้วครับที่พระเจ้าเข้ามามีส่วนในชีวิตของผมอวยพรหน้าที่การงาน ภรรยาและลูกชายทั้ง 2 คน และมีพระพรอีกมากมายที่พระเจ้าได้อวยพรผมตลอดชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่ผมตอนรับพระเจ้าเข้ามาในชีวิตของผมในวันนั้น 

         ผมอยากหนุนใจทุกท่านว่าหากท่านแสวงหาที่พึ่งพิงที่สามารถช่วยท่านได้จริง ผมขอแนะนำให้ท่านแสวงหาพระเจ้าผู้ที่ช่วยผมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แล้วท่านจะไม่ผิดหวัง

        สุดท้ายนี้ขอสันติสุขของพระเจ้าอยู่กับพี่น้องทุกท่านครับ

สวัสดิ์ พันชนะ